<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มาเรียม’ พะยูนน้อยแห่งเกาะลิบง ภาพสะท้อนพลังชุมชนร่วมอนุรักษ์ท้องทะเลไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เกาะลิบง&amp;nbsp; อ.กันตัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; เป็นพื้นที่ที่มีพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดในน่านน้ำทะเลไทย&amp;nbsp; คือมีประมาณ 176-180 ตัว&amp;nbsp; เนื่องเพราะมีแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารสำคัญของพะยูนอยู่ประมาณ 20,000 ไร่&amp;nbsp; ขณะที่จำนวนพะยูนที่มีอยู่ในเขตน่านน้ำไทยขณะนี้มีเหลืออยู่ประมาณ&amp;nbsp; 200 ตัว&amp;nbsp; ดังนั้นท้องทะเลเกาะลิบงจึงถือเสมือนเป็น &amp;lsquo;เมืองหลวงของพะยูน&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าธรรมชาติได้ประทานแหล่งหญ้าให้แก่พะยูนแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น&amp;nbsp; แต่ยังมีพลังของชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านบนเกาะลิบงและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้ร่วมกันปกป้องแหล่งหญ้าทะเล&amp;nbsp; ตลอดจนร่วมกันต่อสู้กับการทำประมงแบบล้างผลาญ&amp;nbsp; จนทำให้เกาะลิบงเป็น &amp;lsquo;บ้านหลังสุดท้าย&amp;rsquo; ของพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ภาพจาก trang-dugong.simdif.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พะยูนหรือ &amp;lsquo;ดุหยง&amp;rsquo; (ภาษามาลายูและท้องถิ่น) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่ในทะเล &amp;nbsp;รูปร่างคล้ายปลาโลมาแต่อ้วนกว่าเล็กน้อย &amp;nbsp;ผิวหนังเรียบลื่นสีเทา แต่เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐและมีด่างขาว ในอดีตประเทศไทยเคยมีฝูงพะยูนอยู่มากมายทั้งชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน &amp;nbsp;แต่ปัจจุบันมีจำนวนลดลงเนื่องมาจากถูกล่า &amp;nbsp;หรือเข้าไปติดในเครื่องมือประมง &amp;nbsp;และการทำลายแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารสำคัญของพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สุวิทย์&amp;nbsp; สารสิทธิ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาสาสมัครพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; พื้นที่บริเวณเกาะลิบงเป็นแหล่งหญ้าทะเลที่สมบูรณ์มีเนื้อที่กว่า 20,000 ไร่&amp;nbsp; จึงเป็นแหล่งอยู่อาศัยของฝูงพะยูน&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนฝูงพะยูนมีจำนวนหลายร้อยตัว&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบจากการทำประมงแบบล้างผลาญ&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรืออวนรุนและอวนลากที่ลักลอบเข้ามาทำประมงชายฝั่ง&amp;nbsp; ทำให้อวนเหล่านี้ลากเอาสัตว์เล็กสัตว์น้อยในท้องทะเล&amp;nbsp; รวมทั้งพะยูนติดอวนไปด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการล่าพะยูนโดยตรง&amp;nbsp; จึงทำให้ฝูงพะยูนลดน้อยลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเรืออวนราก&amp;nbsp; อวนรุน&amp;nbsp; ที่เข้ามาลักลอบจับปลาในเกาะลิบง&amp;nbsp; รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดตรัง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สิเกา&amp;nbsp; ประเหลียน&amp;nbsp; ฯลฯ จึงรวมตัวกันเป็นเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดตรังเพื่อปกป้องท้องทะเล&amp;nbsp; มีการร้องเรียนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาจัดการกับเรือประมงที่ทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp; รวมทั้งชาวประมงได้รวมตัวกันประท้วงด้วยการปิดอ่าว&amp;nbsp; จัดทำแนวทุ่นทะเล&amp;nbsp; และเฝ้าระวังไม่ให้เรือประมงทำลายล้างเข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาจึงค่อยๆ ทุเลาลง&amp;nbsp; ท้องทะเลจึงค่อยๆ ฟื้นตัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; สุวิทย์เล่าถึงบทบาทของชาวประมงพื้นบ้านแบบย่อๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สุวิทย์&amp;nbsp; สารสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วน &amp;lsquo;มาเรียม&amp;rsquo; พะยูนน้อยที่พลัดหลงกับแม่และหลายฝ่ายกำลังช่วยกันดูแลนั้น&amp;nbsp; สุวิทย์บอกว่า&amp;nbsp; มาเรียมเป็นพะยูนเพศเมีย&amp;nbsp; อายุประมาณ 6 เดือน&amp;nbsp; พลัดหลงกับแม่ที่บริเวณชายหาดธารานพรัตน์&amp;nbsp; จังหวัดกระบี่&amp;nbsp; เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; สัตว์ป่า&amp;nbsp; และพันธุ์พืช&amp;nbsp; จึงนำมาเรียมมาปล่อยที่เกาะลิบง&amp;nbsp; เพราะเป็นแหล่งอยู่อาศัยแห่งใหญ่ของพะยูน&amp;nbsp; มีหญ้าทะเลอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; แต่ด้วยมาเรียมยังเป็นพะยูนวัยอ่อน&amp;nbsp; ต้องกินนมจากแม่&amp;nbsp; เมื่อปล่อยไปแล้ว&amp;nbsp; มาเรียมจะว่ายกลับเข้าชายฝั่งและมาเกยตื้น&amp;nbsp; เพราะไม่มีแม่พะยูนคอยดูแลและให้นม&amp;nbsp; จนมีชาวบ้านไปพบ&amp;nbsp; จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบงให้มาดูแล&amp;nbsp; หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านสัตว์น้ำจึงเข้าช่วยดูแล&amp;nbsp; โดยการป้อนนมแพะผสมวิตามินเพื่อให้มาเรียมแข็งแรง&amp;nbsp; ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องผลัดกันไปป้อนนมให้มาเรียมในช่วงกลางวัน&amp;nbsp; มาเรียมจะกินนมครั้งละประมาณ 100 ซีซี&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันหนึ่งจะกินประมาณ&amp;nbsp; 2,000 ซีซี&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่จะพาไปหัดกินหญ้าทะเลด้วย&amp;nbsp; คิดว่าต้องใช้เวลาดูแลมาเรียมอีกประมาณ 6 เดือน&amp;nbsp; จนมีอายุได้ประมาณ 1 ปี&amp;nbsp; เพื่อให้มาเรียมแข็งแรง&amp;nbsp; และกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับพะยูนตัวอื่นๆ ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; สุวิทย์ซึ่งเป็นอาสาสมัครที่ช่วยดูแลมาเรียมเล่าถึงภารกิจประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อีสมาแอน &amp;nbsp;เบ็ญสอาด&amp;nbsp; ประธานวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรเกาะลิบง &amp;nbsp;อำเภอกันตัง &amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; คนเกาะลิบงมีความผูกพันกับพะยูนเหมือนกับเป็นญาติที่ต้องดูแลกัน&amp;nbsp; และดูแลกันมานานหลายสิบปีแล้ว&amp;nbsp; เพราะพะยูนเหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลิบง&amp;nbsp; หากชาวลิบงเห็นพะยูนมาเกยตื้นก็จะช่วยกันนำไปปล่อย&amp;nbsp; หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ถ้าไม่มีพะยูน&amp;nbsp; คนเกาะลิบงก็อยู่ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะถ้าที่ไหนมีพะยูน&amp;nbsp; ท้องทะเลตรงนั้นก็จะแสดงถึงความอุดมสมสมบูรณ์&amp;nbsp; และคนเกาะลิบงส่วนใหญ่ก็หากินกับท้องทะเล&amp;nbsp; ทำประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีปลาอินทรีย์&amp;nbsp; มีหอยชักตีน&amp;nbsp; มีปลิงทะเล&amp;nbsp; เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารของคนเกาะลิบง&amp;nbsp; พวกเราจึงต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนและสัตว์น้ำวัยอ่อนต่างๆ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วย&amp;nbsp; เพราะเมื่อมีพะยูนอยู่มาก&amp;nbsp; นักท่องเที่ยวก็อยากจะมาที่เกาะลิบง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มฯ หรือ &amp;lsquo;บังแอน&amp;rsquo; บอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากจะช่วยกันดูแลพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลที่เกาะลิบงมานานหลายสิบปีโดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือและกำลังคนเท่าที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; ในวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายนนี้&amp;nbsp; จะมีการเปิดตัว &amp;lsquo;โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลเพื่อการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง&amp;rsquo; ที่จังหวัดตรัง&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ชาวชุมชนตำบลเกาะลิบงจะมีเครื่องมือที่ทันสมัยมาดูแลฝูงพะยูนนั่นก็คือ&amp;nbsp; การใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; มาบินสำรวจ&amp;nbsp; เพื่อเฝ้าดูแลการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เพื่อช่วยปกป้องแหล่งหญ้าทะเลและฝูงพะยูน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;บังแอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวฯ เกาะลิบง&amp;nbsp; ได้รับการอนุมัติและสนับสนุนโครงการจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตัล (depa) &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อใช้โดรนในการถ่ายภาพทางอากาศ จำนวน 1 เครื่อง&amp;nbsp; ในวงเงินงบประมาณ 300,000 บาทเศษ โดยชุมชนร่วมออกเงินสมทบ 150,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราจะใช้โดรนขึ้นบินตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจจะมีเรือประมงลักลอบเข้ามาเพื่อจับพะยูน&amp;nbsp; หรือมาขโมยตัดไม้บนเกาะเพื่อเอาไปขาย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังใช้โดรนบินถ่ายภาพฝูงพะยูนแล้วต่อสัญญาณภาพมาที่จอโปรเจคเตอร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดู&amp;nbsp; ไม่ต้องนั่งเรือลงไปดูใกล้ๆ&amp;nbsp; เป็นการรบกวนพะยูน&amp;nbsp; และอาจทำให้พะยูนได้รับอันตราย&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนเคยมีเรือสปีดโบ๊ตพานักท่องเที่ยวมาดูแล้วชนพะยูนตาย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากโดรนเพื่อปกป้องทรัพยากรและส่งเสริมการท่องเที่ยวบนเกาะลิบง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากการเปิดตัวโครงการดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ในวันเดียวกันนี้จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการส่งเสริม&amp;nbsp; สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิตัลแก่ชุมชน&amp;nbsp; ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตัล&amp;nbsp; โดย ดร.ณัฐพล&amp;nbsp; นิมมานพัชรินทร์&amp;nbsp; ผอ. depa&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;โดยนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; มีนายลือชัย&amp;nbsp; เจริญทรัพย์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp; และนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานการลงนามในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมถือว่า&amp;nbsp; ปรากฏการณ์มาเรียมที่เกาะลิบงนี้&amp;nbsp; จะช่วยกระตุ้นให้สังคมสนใจและร่วมกันอนุรักษ์พะยูน&amp;nbsp; รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งในทะเลและบนบก&amp;nbsp; เพราะหลังจากที่มีภาพข่าวมาเรียมออกทางสื่อต่างๆ&amp;nbsp; ทำให้มีนักท่องเที่ยว&amp;nbsp; และประชาชนในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp; เข้ามาดูมาเรียมที่เกาะลิบงมากขึ้น&amp;nbsp; และหากเราไม่ช่วยกันปกป้องและอนุรักษ์พะยูนเอาไว้&amp;nbsp; พะยูนในท้องทะเลไทยก็อาจจะสูญพันธุ์ไป&amp;nbsp; นั่นหมายถึงคนที่หากินกับท้องทะเลก็จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; สุวิทย์&amp;nbsp; อาสาสมัครพิทักษ์ดุหยงเกาะลิบงกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38491</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ผอ.พอช., พะยูน, วิสาหกิจชุมชน, ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตัล (depa), อนุรักษ์ท้องทะเลไทย, เกาะลิบง  ไ, ‘ดุหยง’, ‘มาเรียม’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d0244cec2226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
